มนต์ดำไสยเวทย์ของเขมรมีอะไรบ้าง

Khmer black magic.

แม้ว่าตอนนี้โลกของเราก้าวเข้าสู่เทคโนโลยีเต็มขั้น จะเรียกได้ว่าเป็นไทยแลนด์ 4.0 ก็ว่าได้ แต่ก็ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าเรื่องราวไสยเวทย์ของดำพวกนี้ยังมีอยู่คู่กับสังคมไทยอยู่ ยิ่งถ้าหากเป็นไสยเวทย์จากฝั่งเขมรด้วยล่ะก็ต่างบอกกันเป็นเสียงเดียวกันว่า ของแรง อันตรายมาก รู้หรือไม่ว่ามนต์ดำไสยเวท์ของเขมรมีแบบไหนกันบ้าง

มนต์ดำไสยเวทย์ด้านความรัก

ความรัก คู่ครอง เป็นหัวข้อแรกของคนไปทำไสยเวทย์ก็ว่าได้ การได้บังคับคนที่ต้องการให้มาลุ่มหลงตัวเองเพื่อผลประโยชน์ เงินทาง ความสุขสบายไปชั่วชีวิตแม้จะรู้ว่าผิดแต่ก็มีบางคนยอมเสี่ยงทำเพื่อตัวเอง มนต์ดำไสยเวทย์เขมรสายนี้ก็จะมีตั้งแต่น้ำมันพรายเพื่อโปรยเสน่ห์ ตุ๊กตามัดสายสิญจน์ เพื่อทำให้เป็นคู่กันตลอดไป หรืออาจจะมีว่านบางอย่างเพื่อกินให้เกิดผลความลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้น เชื่อคำพูดของตนเองตลอดก็มี

มนต์ดำไสยเวทย์ทำร้ายคนอื่น

การเอาชนะฝ่ายตรงข้าม เราอาจจะเคยได้ยินภาษิตว่า ไม่ได้เล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา เรื่องนี้จริงแท้แน่นอน การสู้กันของคนบางกลุ่มนอกจากจะต่อสู้กันบนดิน การต่อสู้ทางใต้ดินด้วยการยิงไสยเวทย์เข้าไปเพื่อทำให้ฝ่ายตรงข้าม บาดเจ็บ เสียชีวิตมีมานาน ไสยเวทย์ดำทางเขมรก็ถนัดด้วยของแบบนี้ไม่ว่าจะเป็น การเสกตะปูเข้าท้อง การเสกหนังควายเข้าท้อง พวกนี้อาจจะทำให้แค่บาดเจ็บ เพื่อเตือนเท่านั้น แต่หากต้องการให้อีกฝ่ายถึงตายก็จะเล่นกันถึงยาสั่งตาย ก็มีเหมือนกัน

มนต์ดำไสยเวทย์ ปั่นป่วน

อีกหนึ่งมนต์ดำไสยเวทย์ ที่ไม่รุนแรงแต่น่ากลัวก็คือ การใช้มนต์ดำไสยเวทย์ให้ผู้ได้รับผลนั้นเกิดอาการปั่นป่วนทางจิตใจ กล่าวคือจะทำให้คนได้รับนั้น เกิดอาการหลอนขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ เห็นภาพหลอน นอนฝันร้าย กินข้าวไม่ลง พูดคุยคนเดียว โมโหเกรี้ยวกราดใส่คนอื่นตลอดเวลา การกระทำแบบนี้ต้องการดิสเครดิตผู้ถูกกระทำให้ดูเหมือนคนบ้า วิตกจริต คนป่วย จนต้องได้รับการรักษาจนเสียภาพลักษณ์ของตัวเองไป หรือ อาจจะทำให้เสียการเสียงานได้

แม้จะยอมรับว่าไสยเวทย์ดำเขมรนั้นมีความน่ากลัว ของแรง อย่างว่ากันไว้จริง แต่เรื่องสำคัญก็คือไสยเวทย์ด้านมืดแบบนี้จะไม่สามารถทำอะไรได้เลย หากเราเป็นคนคิดดี พูดดี ทำดี ดำรงตนอยู่ในศีลในธรรมอย่างพอดี หากเรามั่นใจในการทำดีของเหล่านี้ก็จะแตกสลายไปพร้อมกับย้อนไปสู่คนกระทำแบบทบเท่าทวีคูณเลยทีเดียว ดั่งคำว่า ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมนั่นเอง